July 11, 2026

Labubu มาจากไหน? เปิดตำนานเจ้าปีศาจฟันแหลมจาก The Monsters สู่ปรากฏการณ์โลก


Labubu มาจากไหน? เปิดตำนานเจ้าปีศาจฟันแหลมจาก The Monsters สู่ปรากฏการณ์โลก

ช่วงนี้ไม่ว่าจะเลื่อนดูโซเชียล เดินห้าง หรือมองกระเป๋าของคนข้าง ๆ เราก็มักเจอเจ้าตัวขนฟูหูแหลมที่ยิงฟันซี่แหลม ๆ ยิ้มกวน ๆ ห้อยอยู่ ใครที่ยังไม่รู้จักอาจสงสัยว่ามันคืออะไร ทำไมถึงอยู่ทุกที่ไปหมด คำตอบสั้น ๆ คือมันชื่อ Labubu (拉布布) แต่คำตอบยาว ๆ นั้นน่าสนใจกว่ามาก เพราะกว่าเจ้าตัวนี้จะกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก มันใช้เวลาเดินทางเกือบสิบปี จากหน้าหนังสือนิทานเด็กสู่ของสะสมที่คนทั้งโลกตามล่า


จุดเริ่มต้นที่ผู้ให้กำเนิด: เด็กฮ่องกงในดินแดนเทพนิยาย

เรื่องราวของ Labubu เริ่มต้นจากศิลปินคนหนึ่งชื่อ Kasing Lung (龙家昇) นักวาดภาพประกอบชาวฮ่องกงที่เกิดในปี 1972 แต่เติบโตขึ้นที่เมืองยูเทรกต์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งแต่ยังเล็ก

การย้ายไปอยู่ต่างแดนในวัยเด็กมีส่วนสำคัญต่อผลงานของเขาอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง เพราะที่นั่นเองที่เขาได้ซึมซับเทพนิยายและตำนานพื้นบ้านของยุโรปเหนือ—โลกของภูตพราย เอลฟ์ และสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดในป่าลึก เรื่องเล่าเหล่านี้ฝังอยู่ในจินตนาการของเขา และหลายปีต่อมามันก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวละครที่ทำให้ชื่อของเขาโด่งดังไปทั่วโลก



กำเนิด The Monsters: เผ่าพันธุ์ปีศาจน้อยในป่าเทพนิยาย

ในปี 2015 Kasing Lung ได้สร้างโลกใบหนึ่งขึ้นมาผ่านหนังสือภาพชุด The Monsters โลกที่ได้แรงบันดาลใจจากเทพนิยายนอร์ดิก และเต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์ภูตน้อยหน้าตาประหลาดที่อาศัยอยู่ในป่า ในบรรดาสมาชิกทั้งหมดของเผ่านี้ ตัวที่โดดเด่นที่สุดคือ Labubu

หน้าตาของ Labubu เป็นส่วนผสมที่ลงตัวอย่างประหลาด—หูแหลมสูง ดวงตากลมโต และที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดคือรอยยิ้มกว้างที่เผยให้เห็นฟันซี่แหลมเก้าซี่ ดูเผิน ๆ อาจเหมือนตัวร้าย แต่ในเรื่องราวของ Kasing Lung นั้น Labubu กลับเป็นตัวละครที่จิตใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น เพียงแต่ความหวังดีของมันมักจบลงด้วยความวุ่นวายโดยไม่ตั้งใจ ความขัดแย้งระหว่างหน้าตากับนิสัยนี่แหละที่ทำให้มันมีเสน่ห์

รายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลายคนไม่รู้คือ ตามหนังสือต้นฉบับ Labubu เป็นตัวละครเพศหญิง และชื่อ "Labubu" ก็เป็นชื่อที่ Kasing Lung คิดขึ้นมาเองแบบไม่มีความหมายเฉพาะเจาะจง เป็นเพียงชื่อที่ฟังดูน่ารักและติดหู นอกจาก Labubu แล้ว เผ่า The Monsters ยังมีสมาชิกอีกหลายตัว เช่น Zimomo หัวหน้าเผ่าที่มีหางแหลม และ Tycoco โครงกระดูกขี้อายที่เป็นแฟนของ Labubu ผู้มักตกเป็นเป้าการแกล้งอย่างอ่อนโยนของเธอ


จากหน้าหนังสือสู่ของสะสม: จุดเริ่มที่ค่อยเป็นค่อยไป

หลังจากโลกของ The Monsters ปรากฏในหนังสือ Kasing Lung ก็เริ่มนำตัวละครมาทำเป็นของเล่นศิลปะร่วมกับ How2Work แบรนด์ดีไซเนอร์ทอยจากฮ่องกง ในช่วงแรกของสะสมเหล่านี้เป็นที่รู้จักในวงแคบ ๆ ของแฟนงานศิลปะและนักสะสม โดยได้รับความนิยมในตลาดไต้หวันก่อน แล้วจึงขยับขยายไปฮ่องกง

ต้องยอมรับว่าช่วงเวลานี้ Labubu ยังไม่ใช่ปรากฏการณ์อะไร มันเป็นเพียงผลงานที่คนเฉพาะกลุ่มชื่นชอบ กว่าจะถึงจุดที่ทั้งโลกรู้จัก ยังต้องรอตัวแปรสำคัญอีกตัวหนึ่ง



จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่: การจับมือกับ POP MART

ในปี 2019 Kasing Lung ได้เซ็นสัญญาอนุญาตให้สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวกับ POP MART บริษัทของเล่นสัญชาติจีน และนี่คือจุดที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป

POP MART นำ Labubu มาผลิตและวางจำหน่าย ทำให้ตัวละครที่เคยอยู่ในวงแคบเข้าถึงคนหมู่มากได้เป็นครั้งแรก ด้วยเครือข่ายการจัดจำหน่ายและฐานแฟนของ POP MART ที่กว้างขวาง ชื่อของ Labubu จึงค่อย ๆ แพร่ออกไปในกลุ่มนักสะสมทั่วเอเชีย และวางรากฐานให้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีต่อมา


ปรากฏการณ์ระเบิดในปี 2024 — และมีคนไทยอยู่ตรงกลาง

แม้จะค่อย ๆ เติบโตมาหลายปี แต่ช่วงเวลาที่ Labubu กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกอย่างแท้จริงคือปี 2024 และที่น่าภูมิใจสำหรับคนไทยคือ ชนวนสำคัญมาจากคนไทยด้วยกันเอง

ปลายเดือนเมษายน 2024 ลิซ่า วง BLACKPINK ถูกพบว่าห้อยพวงกุญแจ Labubu ไว้ที่กระเป๋า ภาพนั้นจุดกระแสให้ Labubu กลายเป็นที่ต้องการอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนจะลุกลามไปทั่วโลก หลังจากนั้นเราก็เห็นคนดังระดับโลกอีกหลายคน ทั้ง Rihanna, Dua Lipa และ David Beckham พกพา Labubu จนมันกลายเป็นแฟชั่นไอเทมที่ใครก็อยากมี

ความคลั่งไคล้นี้สะท้อนออกมาเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ ในกลางปี 2025 Labubu ตัวสีเขียวมิ้นต์ขนาดสูงราว 1.2 เมตร ถูกประมูลไปในราคาราว 170,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในงานประมูล Labubu อย่างเป็นทางการครั้งแรกที่กรุงปักกิ่ง และสำหรับ POP MART เอง ทรัพย์สินทางปัญญาชุด The Monsters ก็กลายเป็นเสาหลักที่สร้างรายได้มหาศาลให้บริษัท จนกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่ทำเงินได้มากที่สุด



ทำไม Labubu ถึงครองใจคนทั้งโลก

คำถามที่น่าคิดคือ อะไรทำให้เจ้าปีศาจฟันแหลมตัวนี้ครองใจคนได้มากขนาดนี้ ทั้งที่หน้าตาก็ไม่ได้น่ารักแบบตุ๊กตาทั่วไป

คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่เสน่ห์แบบ "น่าเกลียดน่ารัก" นั่นเอง Labubu ผสมความน่ารักเข้ากับความประหลาดเล็ก ๆ ได้อย่างพอดี ไม่หวานเลี่ยนจนน่าเบื่อ แต่ก็ไม่น่ากลัวจนเข้าไม่ถึง มันมีบุคลิกที่ชัดเจน มีเรื่องราว มีเพื่อน มีโลกของตัวเอง ทำให้คนรู้สึกผูกพันเหมือนได้รู้จักตัวละครจริง ๆ ไม่ใช่แค่ครอบครองวัตถุชิ้นหนึ่ง และเมื่อบวกกับความสนุกของการสะสมที่มีหลากหลายรุ่นหลายสี ก็ยิ่งทำให้คนอยากตามเก็บให้ครบ


ระวังของปลอม: เมื่อความดังมาพร้อม "Lafufu"

ความโด่งดังย่อมมาพร้อมด้านมืด เมื่อ Labubu เป็นที่ต้องการมากขึ้น ตลาดก็เต็มไปด้วยของปลอมที่ผลิตเลียนแบบ จนมีคำเรียกเล่น ๆ ว่า "Lafufu" ของปลอมเหล่านี้มักมีรายละเอียดที่ผิดเพี้ยน ทั้งสีสัน จำนวนฟัน สัดส่วน และคุณภาพวัสดุ

สำหรับนักสะสม การได้ของแท้ลิขสิทธิ์จึงไม่ใช่แค่เรื่องความสบายใจ แต่เกี่ยวกับคุณค่าและความถูกต้องของสิ่งที่สะสมด้วย การเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้และการรู้จักสังเกตรายละเอียดของแท้ จึงเป็นทักษะสำคัญที่คนรัก Labubu ควรมีติดตัว



มากกว่าของเล่น คือตัวละครที่มีเรื่องราว

จากเด็กฮ่องกงที่หลงรักเทพนิยายในเนเธอร์แลนด์ สู่ตัวละครในหนังสือภาพ และกลายเป็นปรากฏการณ์ที่คนทั้งโลกตามล่า เส้นทางของ Labubu พิสูจน์ว่าเสน่ห์ที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่ความมีเอกลักษณ์และเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง เจ้าปีศาจฟันแหลมตัวนี้จึงไม่ใช่แค่ของสะสม แต่คือตัวละครที่มีชีวิตในใจของคนรักมันทั่วโลก

ที่ Lucky Elephant จริงใจวิลเลจ เชียงใหม่ เรารวบรวม Art Toy และของสะสมลิขสิทธิ์แท้หลากหลายไว้ให้คนรักของสะสมได้เลือกสรร ใครที่กำลังตามหา Labubu หรืออาร์ตทอยตัวโปรด แวะมาสำรวจโลกของสะสมกับเราได้เลย

Labubu คือใคร ที่มา Labubu The Monsters ลาบูบู ลาบูบู POP MART Kasing Lung ผู้สร้าง Labubu labubu origin what is labubu the monsters labubu labubu history kasing lung